Make your own free website on Tripod.com

Story6
Home Up Defence6

 

 

ติดฟิลม์กรองแสงกันเถอะ               

car.wmf (7222 bytes)

             อาทิตย์นี้เรื่องอาจยาวสักหน่อยนะครับเพราะว่าผมเขียนทีเดียว 3 เรื่อง  สาเหตุที่เขียนทีเดียว 3 เรื่อง ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับมี Email เข้ามาถามครับ เป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดสดๆร้อนๆ ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็เลย แซงคิวเรื่องอื่นที่ตั้งใจจะเขียน หวังว่าคงไม่ว่ากันนะครับ

            เรื่องแรกมาติดฟิลม์กรองแสงกันเถอะ เห็นชื่อเรื่องแล้วรู้สึกว่าคนเขียน ติงต๊องไหมครับ ฟิลม์กรองแสง เกี่ยวอะไรกับการป้องกันตัวด้วย ลองมาดูเรื่องนี้ซิครับ นางเอกของเรื่องเป็นผู้หญิงเรียบร้อยมากครับชื่อน้องนิ่ม วันที่เกิดเรื่องเป็นตอนกลางคืนประมาณตี 2 น้องนิ่มเพิ่งกลับจากการไปเที่ยว เท็ด มาครับระหว่างทางกลับบ้านน้องนิ่มขับรถอย่างสบายใจไม่ขับรถซิ่งเพราะไม่อยากถูกตำรวจจับ ข้อหาเมาสุรา    สติกเกอร์เมาไม่ขับที่น้องนิ่มแปะไว้ที่กระจกหน้ายังเตือนใจน้องนิ่มอยู่เสมอ    ......ทันใด นั้นข้างหน้า..ไฟแดง    น้องนิ่มค่อยจอดรถรอสัญญาณไฟ ถ้าเป็นวันธรรดาฝ่าไฟแดงไปแล้ว แต่วันนี้เป็นคนดีค่ะ   วันเมาไม่ขับ ขณะที่รอสัญญาณไฟ อยู่อยู่น้องนิ่มรู้สึกว่ารถสะเทื่อนไปทั้งคัน ก่อนที่น้องนิ่มจะทันทำอะไรไรก็มีผู้ชายท่าทางไม่น่าไว้ใจสามคนมาเคาะกระจกมันมาทั้ง สองด้านเรียกว่ากระหนาบทั้งสองด้านกะไม่ให้หนีเลย โชคดีที่น้องนิ่มติดนิสัยขึ้นรถลอ๊กประตู พวกมันก็เลยเปิดประตูไม่ได้   น้องนิ่มไม่หลงกลลงจากรถหรอก...ไม่ต้องมาพูดดีเลย หน่อยแนะ ขอโทษครับผมชนรถคุณลงมาตกลงค่าเสียหายหน่อย ... จ้างน้องนิ่มก็ไม่ลงจากรถ    ..... เมื่อพวกมันเห็นน้องนิ่มไม่ลงจากรถ พวกมันก็ยกท่อนเหล็กเตรียมตัวจะทุบกระจกรถ ...กระจอกมากช้าไป..มีหรือน้องนิ่มจะอยู่ให้ทุบกระจก ถ้าทุบได้ก็ เสียชื่อ ลูกMarketing ปากคลองตลาดหมด (แปลว่าลูกแม่ค้าปากคลองตลาดครับ)   น้องนิ่มเข้าเกียร์ 1 เหยียบ คันเร่งพร้อมกับ คลัต จนมิด พอพวกมันเงื้อท่อนเหล็กจนสุดทำท่าจะตี น้องนิ่มปล่อย คลัตทันที ..แหมเสียงล้อรถดังเร้าใจดีจังเลย   แต่พวกมันยังไม่ละความพยายาม ยังขับรถตามอีก น้องนิ่มเหยียบมิดเลยครับ พอถึงสี่แยก น้องนิ่มโชว์ไม้ตาย (ผมไม่แนะนำเดียวได้ตายจริงๆ) พอถึงสี่แยกน้องนิ่มหมุ่นพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดเดียว พร้อมกับดึงเบรกมือ (ดึกเบรกมือรถก็หมุ่นซิครับ)พอรถหมุนไปในเลนที่ต้องการ น้องนิ่มก็ปล่อยเบรกมือ พร้อมทั้งเข้าเกียร 3 เหยียบคันเร่งจนมิดพอได้รอบที่สูง แต่ไม่สูงพอสำหรับน้องนิ่ม น้องนิ่มเหยียบ คลัตเผื่อให้รอบสูงสุดพอสูงจนสุดของรถแล้ว น้องนิ่มเข้าเกียร 5 พร้อมกับปล่อยคลัต แหมรถพุ่งอย่างกับธนูแนะ ไอ้พวกนั้นไม่ติดฟุ่นน้องนิ่มหลอกหายไปไหนไม่รู้

            ฟังน้องนิ่มเล่าแล้วเสียดายจริงๆครับไม่รู้ว่ารถเกียร์พังหรือเปล่า   วิธีของน้องนิ่มมันมากเลยครับแต่เสี่ยงเกินไป   คือเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุ รถพลิกคว่ำ , ชนรถคันอื่น หรือ รถอาจจะชนคนข้ามถนนก็ได้เพราะตอนกลางคืนเห็นคนเดินข้ามถนนยากมากครับโดยเฉพาะ คนไทยข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรืออยู่แล้ว     

            ลองใช่วิธีนี้ดูนะครับ มื่อแน่ใจว่าเป็นคนร้ายแน่ๆ

    1.ให้สังเกตุรถที่ขับชนเรานะครับ ว่าเป็นรถญี่ปุ่นหรือเปล่า  (ถ้าเป็นรถยุโรปอาจใช้ไม่ได้ครับ)   สมมุตว่าเป็นรถญี่ปุ่นรถเราก็เป็นรถญี่ปุ่นให้ขับรถเดินหน้าให้ได้ระยะจากนั้นให้ถอยหลังชน ให้แรงที่สุดเพราะว่า รถญี่ปุ่นเหล็กค่อนข้างบาง เมื่อถูกชนด้านหน้าใบพัดจะยุบตัวไปติดหม้อน้ำทำให้เครืองเกิด   over heat เมื่อวิ่งไปสักระยะหนึ่ง   แต่ส่วนมากรถมัก start เครื่องไม่ติดครับ ส่วนรถของเราเวลาชนให้เหยียบคันเร่งให้รอบสูงเข้าไว้ เครื่องจะได้ไม่ดับ ถึงแม้ว่ารถญี่ปุ่นจะเหล็กบางทั้งคันแต่เครื่องรถจะอยู่ข้างหน้า ถึงแม้ตูดจะบุบ แต่ก็ยังวิ่งได้ ไม่เป็นไร ประกันจ่ายรวยซะอย่าง

   2.ติด Sport light ที่หลังรถหามที่ติดที่คิดว่าไม่เสียหายเวลาถูกกระแทก และแสงของ Sport light ไม่รบกวนเราเวลาเราขับรถ แสงจะต้องพุ่งไปข้างหลังอย่างเต็มที่เท่านั้น วิธีนี้เมื่อคนร้ายเข้ามาใก้ลในรัศมี ให้เปิด Switch เลยครับ แต่ไม่ควรจะเปิดตลอดเวลา ให้เปิดเป็นจังหวะที่เหมาะสมครับ ในเวลากลางคืนม่านตาของคนเราจะเปิดกว้าง เมื่อโดนแสงสว่างจ้าในเวลาทันที่ทันใด จะสูญเสียความสามารถในการมองเห็นชั่วขณะ จังหวะนี้เป็นโอกาศของเราที่จะซิ่งหนีได้แล้วครับ

    3. ถ้ารถคนร้ายรถดีกว่าจะทำอย่างไร( แต่ส่วนมากคนร้ายจะใช้รถเก่า หรือรถขโมยมาครับ )   เอาละครับถ้าเจอแบบนี้ต้องอาศัยฝีมือและจิตที่มั่นคงจำไว้นะครับ ห้ามลงจากรถแล้ววิ่งหนีเด็จขาดคนเราเวลาตกใจมักจะลืมตัวครับ   วิธีต่อไปนี้ไม่ซิ่งเหมือนน้องนิ่มครับแต่ขับรถด้วยความเร็วปกติ แต่ขับส่ายครับเพื่อไม่ให้คนร้ายแซง เชื่อไหมครับรถถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูงมาก จะแซงง่ายกว่ารถที่วิ่งด้วยความเร็วไม่สูงมากนัก ประมาณ 80-90 กม. รถเมื่อขับเร็วสูงจะควบคุมลำบากครับ   ขั้นต่อเปิดไฟสูง กดแตรค้างไว้ ถ้ามีวัตถุที่สามารถปลิวได้เช่นกระดาษให้โยนออกนอกรถ(ทำยากมากขณะขับรถ แต่หาโอกาศเอาเองนะครับ) กระดาษเวลากระจายจะทำให้มองทางลำบาก    เวลากลางคืนอีกเลนของถนน มักมีรถน้อยแต่ก็มีรถผ่าน ถ้ามีจังหวะไปอีกเลนเลยครับเพื่อเรียกร้องความสนใจ   ส่วนมากคนร้ายมักไม่ตามแล้วครับ เพราะว่ากลัวตำรวจครับ แต่ถ้ายังตามพยายามหาผู้ร่วมทุกข์แต่ไม่ต้องให้รุนแรงมากนะครับแค่เฉียวรถยนต์คันอื่นสัก สอง สาม คันก็พอ   ถ้าหารถให้เฉี่ยวไม่ได้แวะปั้มน้ำมัน หรือที่ไหนก็ได้ที่มีคน 

    4. มาถึงไครแม๊กแล้วครับการติดฟิลม์กรองแสงค่อนข้างทึบก็เพื่อจะทำให้คนร้ายมองไม่เห็น ในเวลากลางคืนว่าเป็น ผู้หญิง หรือผู้ชายเพราะคนร้ายมักเลือกเหื่ยอที่เป็นผู้หญิงครับ

 

ลูกไม้เก่า

 

            วิธีนี้คนร้ายใช้ตั้งแต่ผมยังเด็กก็ได้ยินแล้ว แต่ก็มีสาวไทยใจกล้าคิดกระบวนท่าแก้ไว้เรียบร้อยแล้วครับ ผมจึงไม่ต้องไปถามใครให้เสียเวลา   นางเอกของเรื่องเป็น นางทหารอากาศครับ  เมื่อ 20 ปีที่แล้วคุณอรทัย ซึ่งมีฉายาว่า ในละแวกนั้นว่า น้อง โน..ตม ผมได้ยินรุ่นพี่แถวบ้านเรียกกันนะครับ จนบัดนี้ผมยังไม่เข้าใจความหมายเลยว่ามันหมายความว่ากระไร ใครรู้ช่วยกรุณาบอกหน่อย   น้องโนเป็นผู้หญิงสาวและสวยที่แต่งตัวเป็นครับคือไปไหนมักใส่แหวนทองทั้งสองมือ สร้อยคอทองคำอีก 3 เส้นเส้นละไม่ต่ำกว่า 2 บาท นาฬิกาหรือไม่ใช้ของกระจอกหรอก   ต้องไซโก สมัยก่อนใครใส่ ไซโกเท่มากครับ เพราะว่าแพง   ยังครับมืออีกข้างยังมีกำไรอีก 3 วง เรียกว่าตู้ทองแบบ จูเนียเคลื่อนที่ครับ   วันหนึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ววันนั้นอากาศค่อนข้างร้อน น้องโนเลยไม่ใส่เต็มยศ คือใส่แต่เสื้อเชิตสีขาวกระโปรงกับหมวกเท่านั้นแหละครับ ขณะที่กำลังดูหนังสือที่ร้านขายหนังสืออยู่อย่างเพลิดเพลิน ได้มีมือลึกลับ      ค่อยๆอ้อมมาจากด้านหลังแล้วบีบแตรที่บริเวณใต้คางแล้วร้อง..ปี้น.. ปี้น จากนั้นก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังจากน้องโนหายตกใจก็วิ่งตามแต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว   วันนั้นทั้งวันน้องโน อารมณ์เสียทั้งวันเลยครับแถมบ่นตลอดวันว่า แ  ่....ถ้าจับได้จะหักมือ แ ่...ทั้งสองมือเลย         ตั้งแต่วันนั้นน้องโนกลายเป็นคนขี้ละแวงครับเดินไปไหนก็มองซ้ายมองขวาตลอดเวลา แต่ก็ยังติดนิสัยแต่งตัวเหมือนเดิมครับ   จนกระทั่งวันหนึ่งความขี้ระแวงก็กลายเป็นผลดีครับ    เหตุเกิดบริเวณสนามหลวง(เมื่อก่อนสนามหลวงมีตลาดนัดครับ)   น้องโนสังเกตุเห็นชายสองคนเดินตามมา ท่าทางไม่ได้ตามาเพราะว่าหลงเสน่ห์แน่นอน เพราะว่าสองคนนั้นน้ำลายไม่ไหลเหมือนคนอื่น และไม่ได้ซุบซิบทำ ตากะลิ่มกะเหลี่ย หรือทำตาเจ้าชู้ แต่น้องโนได้ยินมันพูดว่าเดียวมึงดูกูนะ   ..มาเลยน้องโนเก็บกดมานานแล้ว.. พอได้จังหวะหนึ่งใน สองคนนั้นตรงรี่เข้ามาแล้วตะโกนว่าเรื่องของผัวเมียคนอื่นไม่เกี่ยว พร้อมทั้งตะโกนว่าทำไม่กลับบ้าน จากนั้นมันตบเลย แต่ว่ามันตบผิดคนน้องโนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว พอมันตบน้องโนยกกระเป๋ารับพร้อมทั้งแตะผ่าหมากเต็มแรง พอตัวมันงอน้องโนฟันศอกอีกหนึ่งดอก พร้อมทั้งหันไปทางชายอีกคน แต่น้องโนไม่ได้อัดนะครับแต่กลับยกมือชี้หน้าแล้วตะโกนแบบ 200watt ว่าพ่อขาช่วยด้วยมันอีกคนๆ ไอ้บักโจ ไอ้อ่ำกระทืบมันเลย แกตะโกน 2 ครั้งเท่านั้นเองครับมันทั้งสองไวทายาด วิ่งหายไปในฝูงชลได้ไงไม่รู้ทั้งที่ถูกแตะผ่าหมาก .........หลังจากเพื่อนเล่าให้ผมฟังผมกลับถามเพื่อนผมว่า ทำไมไม่ตะโกนว่าผัวขาช่วยด้วยจะไม่ดีกว่า หรือวะ  เพื่อนผมบอกว่า  จุ..จุ...จุ   ไม่ได้เดียวเสียราคาหมด   แกไปเดินอ่อยเหยื่อหาแฟนนะเดียวเสียราคา เพื่อนผมพูดยังไม่ทันขาดคำเลยครับ น้องโนมาจากไหนไม่รู้โดดเตะก้านคอเลยครับ แต่แกแตะผมไม่ทันหลอกครับ เพราะผมวิ่งไป 100 เมตร แล้วหลังจากที่เพื่อนผมลงไปนอนคลุกฝุ่น

            น้องโน (ความจริงแกแก่กว่าผมมากครับในวันนั้น)   สังเกตุนะครับน้องโนเตรียมพร้อมเสมอ ก็เลยรอดตัวมาได้   แต่สำหรับคนทั่วไปนะครับ ก็คงจะต้องระวังตัวตลอดเวลานะครับ เพราะว่าถ้าอยู่ดีๆถูกตบรับรองว่าตั้งสติไม่อยู่แน่ครับเพราะฉนั้นเวลาไปไหนไปเป็นฝูงดีกว่าครับ และต้องระวังตัวตลอดเวลาครับ

amwin.wmf (3254 bytes)